มิกส์ โฮเต็ล โรงแรม

มิกส์ โฮเต็ล โรงแรม

 

โรงแรม มิกส์ โฮเต็ล โรงแรมขนาดกลาง ย่านหัวทะเลโคราช อยู่ใกล้แหล่งชุมชนหัวทะเล มหาวิทยาลัยเทคโนราชมงคลอีสาน มหาวิทยาลัยราชภัฎนคราชสีมา สถานีรถไฟชุมทางถนนจิระ และโรงเรียนบุญวัฒนา พร้อมให้บริการห้องพัก ชั่วคราวและแบบรายวัน มีทั้งเตียงคู่และเตียงเดี่ยว โดยมีราคาเริ่มต้นเพียง 300 บาทต่อคืน เหมาะกับการมาพักผ่อน หรือมาพักเพื่อท่องเที่ยวเมืองนครราชสีมา เพราะเป็นแหล่งใจกลางชุมชน 

หัวทะเลเป็นย่านที่มีชุมชน-โรงงานอยู่มาก และก็เป็นที่่รวมร้านอาหารเด็ดน่าสนใจมากมาย ทั้งร้านกาแฟบรรยากาศอบอุ่น ร้านอาหารที่ไปกันได้ทั้งครอบครัว หรือจะเป็นสวนอาหารใหญ่พื้นที่กว้างขวาง สถานที่สำคัญที่เป็นจุดอ้างอิง และ บ่งบอกถึง โซนหัวทะเลได้ดีที่สุด คือ ทุ่งทะเล แหล่งบำบัดน้ำเสียของเมืองขนาดใหญ่ ที่มีการปรับให้เป็น แหล่งสันทนาการ จัดกิจกรรม และ การออกกำลัง

 

 

การเดินทางสะดวกไม่ว่าจะเดินทางเข้าในเมือง หรือออกนอกเมืองก็เดินทางง่าย  เนื่องจากมีรถสองแถวผ่านหน้าปากซอยตลอด ทำเลหัวทะเล มีถนนหนทางที่สามารถเดินทางออกได้แทบทุกโซนสำคัญ สิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ตอบโจทย์ทุกกิจกรรม ธุระสำคัญ หรือแม้กระทั้งอาหารการกินก็มีมากมาย รวมทั้งแหล่งท่องเที่ยวอีกมากมาย

 

โรงแรม  มิกส์ โฮเต็ล ของเราเน้นการบริการที่ดี ราคาสมเหตุสมผล เพื่อให้ลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการรู้สึกประทับใจในมิกซ์โฮเทลของเรา และหวังเป็นอย่างยิ่งที่ทางมิกซ์โฮเทลจะได้รับใช้ท่าน วันนี้ทาง มิกส์ โฮเต็ล จะมาแนะนำที่เที่ยวที่อยู่ใกล้กับที่พัก ให้ทุกคนได้ไปตามแชะรูปกันไหนๆก็มาเที่ยวแล้วไปดูกันเลยว่าที่เที่ยวใจกลางเมือง นครราชสีมา มีที่ไหนน่าเที่ยวกันบ้าง  

1.อนุสรณ์แด่วีรกรรมอันกล้าหาญของวีรสตรีไทย ย่าโม

เป็นอนุสรณ์แด่วีรกรรมอันกล้าหาญของวีรสตรีไทย หรือย่าโม ซึ่งเป็นชื่อที่เรียกกันติดปากโดยทั่วไป สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2476 ตั้งอยู่กลางเมือง นับเป็นอนุสาวรีย์ของสตรีสามัญชนคนแรกของประเทศ และได้มีการจัดงานฉลองวันแห่งชัยชนะของท้าวสุรนารี บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัด ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม-3 เมษายน ของทุกปี

 

2.ประตูชุมพล

ประตูชุมพล เป็นประตูเมืองทางทิศตะวันตกของเขตเมืองเก่า ใน จังหวัดนครราชสีมา ช่วงที่สมเด็จพระนารายณ์ โปรดเกล้าฯ ให้สร้างเมืองนครราชสีมาเป็นเมืองหน้าด่านเมื่อปีพ.ศ. 2199 ซึ่งเป็นปีที่พระองค์ครองกรุงศรีอยุธยาค่ะ และโปรดเกล้าฯ ให้สร้างกำแพงประตูเมืองขึ้นด้วย ทั้งนี้ก็เพื่อป้องกันการรุกรานจาก เขมร ญวน ลาว นั่นเอง

 

จริงๆ แล้วเมื่อก่อนนั้นจะมีประตูเมืองทั้งหมด 4 ประตู คือ ประตูพลแสนด้านทิศเหนือ ประตูพลล้านด้านทิศตะวันออก ประตูไชยณรงค์ด้านทิศใต้ และ ประตูชุมพลด้านทิศตะวันตก แต่ปัจจุบันเหลือแค่เพียง ประตูชุมพล เท่านั้นที่เป็นประตูเมืองเก่า ส่วนอีกสามประตูนั้นสร้างขึ้นมาใหม่ ลักษณะของประตูชุมพลนั้น เป็นประตูเชิงเทินก่อด้วยหินก้อนใหญ่และอิฐฉาบด้วยปูน ส่วนบนเป็นหอรบ สร้างด้วยไม้แก่นหลังคามุงกระเบื้อง ประดับด้วยช่อฟ้า กระจังและนาคสะดุ้ง กำแพงต่อจากประตูทั้งสองข้างก่อด้วยอิฐ และบนสุดเป็นรูปใบเสมา

 

3.วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร

วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร เป็นวัดที่ตั้งอยู่กลางใจเมือง ติดกลับศาลหลักเมือง เรียกกันมาตั้งแต่สมัยโบราณว่า “วัดกลาง” หรือ”วัดกลางนคร วรวิหาร” โดยถือเอาสถานที่ตั้งเป็นสำคัญ แล้วเรียกชื่อวัดอื่น ๆ ตามที่ตั้งอยู่ทิศต่าง ๆ ตามชื่อทิศ เช่น วัดบูรพ์ (บูรพา) วัดอิสาน วัดพายัพ และวัดบึง วัดสระแก้ว รวม 6 วัด ที่ตั้งอยู่ภายในกำแพงเมือง โดยถือเอาวัดพระนารายณ์เป็นจุดศูนย์กลาง

 

วัดพระนารายณ์มหาราชวรวิหาร หรือ วัดกลางนคร จัดเป็นวัดเก่าแก่คู่บ้านคู่เมืองที่ประชาชนให้ความเคารพนับถือ ในสมัยก่อนมีพิธีอย่างหนึ่งคือ พิธีที่ข้าราชการทุกแผนก จะต้องสาบานตนว่าตนจะต้องรับราชการสนองพระเดชพระคุณด้วยความจงรักภักดี ปฏิบัติหน้าที่โดยสุจริต พิธีนี้เรียกว่า พิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยา ทางราชการได้ใช้วัดพระนารายณ์มหาราช วรวิหาร เป็นสถานที่ในการประกอบพิธี รวมทั้งให้เป็นสถานที่ทำพิธีสวดเสกน้ำพระพุทธมนต์ถวายในงานพระราชพิธีเสวยราชสมบัติ

 

4.วัดศาลาลอย

ตั้งอยู่ที่จังหวัดนครราชสีมา เป็นวัดเก่าแก่ที่ท้าวสุรนารีสร้างขึ้น กับ พระยาสุริยเดช หรือ ปลัดทองคำ ปลัดเมืองนครราชสีมา ผู้เป็นสามี หลังจากที่รบชนะกองทัพของเจ้าอนุวงศ์ เมื่อปี พ.ศ. 2370 หลังจากเสร็จศึกสงครามที่ทุ่งสัมฤทธิ์ ขณะยกทัพกลับเมืองนครราชสีมา คุณหญิงโมได้แวะพักบริเวณท่าตะโก และได้สั่งให้ทหารทำแพเป็นรูปศาลาเสี่ยงทายลอยไปตามลำตะคอง พร้อมตั้งจิตอธิฐาน หากแพรูปศาลานี้ ลอยไปติดอยู่ ณ ที่แห่งใด จะสร้างวัดไว้เป็นอนุสรณ์ ซึ่งแพได้ลอยไปติดอยู่ริมฝั่งขวาของลำตะคอง ซึ่งเป็นวัดร้าง จึงได้สร้างพระอุโบสถขึ้น เป็นวัดศาลาลอยในปัจจุบัน ลักษณะเด่นวัดศาลาลอย จะแตกต่างจากวัดไทยทั่วไป โดยมีความโดดเด่นตรงที่รูปทรงของพระอุโบสถคล้ายเรือสำเภาโต้คลื่น ซึ่งเป็นศิลปะประยุกต์  คือ อุโบสถ์เรือสำเภา (โต้คลื่น) 

 

5.สวนน้ำเฉลิมพระเกียรติ (สวนน้ำบุ่งตาหลั่ว)

สถานที่พักผ่อนและสวนสาธาณะ สำหรับออกกำลังกายของชาวโคราช ที่มีกิจกรรมหลากหลาย เช่น เดิน วิ่ง จักรยาน แอโรบิค พายเรือ พร้อมวิวทิวทัศน์ที่สวยงาม สวนสวยขนาดใหญ่อยู่ใจกลางเมืองโคราช เป็นอีกส่วนที่แนะนำว่าต้องมาถ้าได้มาเที่ยวที่เมืองโคราช เพราะมีกิจกรรมให้ทำมากมาย ส่วนบุ่งตาหลั่วอยู่ใกล้ค่ายทหารด้วย กิจกรรมมีตั้งแต่ดนตรีในสวน เป็นวงดนตรีของทหาร ร้องเพลงเพราะมากๆ และมีความเฮฮาสุดสุดเพิ่มเติมสีสันให้กับสวนได้เป็นอย่างดี,มีให้ระบายสีผ้าใบ, ขี่จักรยาน มีที่เช่าจักรยานหลายเจ้ามากๆ ราคาเช่าไม่แพง และต้องใช้บัตรประชาชนวางไว้ด้วย 

6.เรือนโคราช

บ้านทรงไทยโบราณที่เรียกกันว่า “เรือนโคราช” ซึ่งประดับประดาไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อยร่มรื่นนาๆพรรณ ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย และสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ ที่รายล้อมรอบๆอาคารไม้ทรงโบราณ แต่ก็แฝงไปด้วยความความรู้สึกที่เป็นสถาปัตยกรรมที่ดูจะร่วมสมัยได้อย่างประหลาด โดยไม่ขัดกับสิ่งแวดล้อมโดยรอบของมันแม้แต่น้อย นั่นเป็นเหตุผลที่เราเลือกเดินเข้ามายังสถานที่ ที่น่าสนใจแห่งนี้ 

 

รูปแบบของสถาปัตยกรรมที่เน้นพื้นที่การใช้สอยแบบเปิดโล่งรับอากาศธรรมชาติ โดยไม่ต้องพึ่งพาเครื่องปรับอากาศ ในชั้นนี้เองที่เป็นที่ตั้งของเครื่องใช้ไม้สอยโบราณ ที่เป็นเสมือนการจำลองวิถีชีวิตดั้งเดิมแต่โบราณของชาวโคราช ภายในยังจัดแสดงงานศิลปะ เป็นแกลอรี่แสดงภาพวาดศิลปะจากศิลปินชาวโคราช

 

เรือนโคราชแห่งนี้ ได้รับรางวัลพระราชทานจากสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ในสาขา “ศิลปะสถาปัตยกรรมดีเด่น” ในปี พ.ศ.2561 โดยสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสถาปัตยกรรมโบราณที่งดงามและวิจิตรที่สุดในยุคนั้น มีรูปแบบการสร้างเรือนที่มีจั่วสองจั่ว มีรางน้ำคั่นกลาง ซึ่งเป็นการสร้างสถาปัตยกรรมที่เป็นเอกลักษณ์ของเรือนโคราช ที่หาชมที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว

 

ลองเลือกสถานที่ที่อยากไป ชวนเพื่อนหรือครอบครัว จัดกระเป๋า เตรียมพร้อมเที่ยวกันเลย พร้อมมาสัมผัสความเป็นตัวเมือง ธรรมชาติ และประวัติศาสตร์ได้อย่างครบครัน สำหรับใครชอบ เที่ยวธรรมชาติ ภูเขา ต้นไม้ ลำธาร เดินเล่นในห้างสรรพสินค้า และอื่นๆ ที่นี่ก็มีครบนะ